รีวิว หนังสั้นทรูปลูกปัญญาครับ ( magic book )

11 ก.พ.

ว้าวแค่ชื่อหนังก็ดูเท่แล้่วใช้ไหมครับเพื่อนเพื่อน อต่ก่อนอื่นเราต้องรู้จักตัวละครกันสะก่อน

เรื่องที่เราได้จัดทำขึ้นนี้เป็นเรื่องที่ผมเองกำลังเรียนอยู่ในห้อง 3/2 นะครับ ตอนนั้นผมไม่ค่อยเข้าใจเกี่ียวกับแรงเสียดทานเท่าไร แต่ผมชอบเรื่องไฟฟ้าครับ จึงได้ปรึกษาหารือกับเพื่อนๆว่าจะเอายังไงดี แต่เราก็ไม่ได้ตกลงว่าจะทำเรื่องอะไรกันดีวันนั้นเป็นวันสอบที่โรงเรียนพอดีเลย เพราะที่โรงเรียนทวีธานั้นได้จัดการสอบกลางภาคเรียนที่ 2 ครับ ซึ่งผมก็ทำไม่ค่อยได้ได้แต่ใช้ความสามารถในการลอก ที่ได้กล่าวมานั้นห้ามทำตามนะครับ พอสอบเสร็จแล้วเราได้นัดเพื่อนคนที่จะเป็นพระเอกในหนังมาครับ แต่สุดท้ายแล้วเพื่อนคนนั้นก็ไม่ได้มาตามที่นัด เราเลยถ่ายเล่นๆแต่ก็เอาไปใช้จริงบางส่วนพอหลังจากนั้นไม่นานเราก็ลืมเลยว่ามีหนังสั้นให้ส่งด้วยพอนึกขึ้นได้ก็เหลือเวลาทำ 2 วันเองซึ่งน้อยมากเพราะเราไม่ได้คิดบท ไม่ได้หาเนื้อหาไม่ได้เตรียมตัวล่้วงหาเรามาถ่ายกันแบบงง เมื่อนัดกันมาถ่ายที่โรงเรียน พอมากันครอบแล้ว*เพื่อนคนหนึ่งเรียนพิเศษที่โรงเรียนอย฿่แล้ว ผมพอคุยโทรศัพท์กันเพื่อนเสร็จก็รีบกลับบ้านไปเอากล้องเลยครับ จากนั้นก็นั่งรถเมล์ไปโรงเรียนทวีธาครับ พอไปถึงเพื่อนคนที่นัดให้มายังไม่มาเลย ติดเรียนอยู่ครับ ผมก็เลยไปเล่นวอลเลย์บอลกับเพื่อนที่เป็น…(ขอไม่บอก) ระหว่างตอนเล่นนั้นก็ได้คิดได้ว่าน่าจะทำหนังสั้นเกี่ยวกับโพรเจกไทล์ เพราะลูกวอลเลย์บอลนั้นเคลื่อนที่ในอากาศแบบโพรเจกไทล์ เมื่อเล่นไปซักพักผมได้วิ่งไปหาเขม ซึ่งเรียนพิเศษเสร็จแล้ว แต่เพื่อนที่เรียนที่อื่นก็ยังไม่มา จากนั้นเราก็คุยกันเล่นๆไปเพื่อนคนสุดท้ายก็มา เพื่อนคนนี้ชื่อว่าเบสครับ เมื่อเบสมาก็ครบคนแล้วเราเลยเริ่มถ่ายฉากแรกเราเดิมไปหน้าห้องสมุดเรา เขมบอกกับพวกเราว่าเนื้อเรื่องนั้นเราคิดไว้แล้วว่า เราจะเข้าไปบทเรียนในหนังสือที่เราไม่เข้าใจโดยมีผู้วิเศษคนหนึง่พาเราเข้าไปในหนังสือ แล้วเราไปรู้จักกับบทเรียนที่เราไม่เข้าใจ โดยเราจะมีตัวอย่้างให้ดู  ซึ่งตรงนี้ผมเป็รคนคิดว่าจะทำเรื่องอะไร เมื่อตกลงกันเสร็จเราก็เริ่มการถ่ายทำกันเลย พอเราถ่ายฉากแรกเสร็จเพื่อนของผมคนหนึ่งทีค่อยรบกวนระหว่างการถ่ายทำนั้นได้โดยพ่อเรียกกับบ้านไปแล้ว จากนั้นพวกเราจึงหาที่ที่จะเข้าไปในหนังสือครับ เมื่อเราคิดไม่ออกแลเวหมดหนทางไปผมมองขึ้นไปที่ท้องฟ้า ปรากฏว่าสวยงามมาเป็นภาพที่แสงส่องผ่าน่อนเมฆมาเป็นสาย สวยงามมาผมจึงถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก ระหว่างการมองท้องฟ้านั้น เขมได้เห็นห้องวิทยาศาสตร์ที่ตึก 4 เราเลยตกลงกันไปถ่ายที่ตึก 4 ชั้น 4 ห้อง 4 ( ห้อง 444 ) แต่เราถ่ายตรงบันไดก่อนเลยเป็นที่ที่เราเข้ามาในหนังสือระหว่างถ่ายนั้นผมโทรไปหาเพื่อนคนหนึง่ที่มาความรู้พอสมควร ผมโทรไปถามเรื่องแรงเสียดทานเมื่อได้ข้อมูลมาแล้วเราเลยถ่ายต่อเลย แต่ว่าเมื่อสวรรค์ไม่เป็นใจกลั่นแกล้งทีมพวกผมระหว่างการถ่ายนั้นได้มีเสียงเพลงดังขึ้น ยิ่งถ่ายก็ยิ่งดังขั้นเรื่อยๆ แต่ว่าโชคร้ายยังไม่หมดเพราะถ่ายไปถ่ายมาแบตเตอรี่หมด แถมหมดทั้ง 2 เครื่องเลย   เราเลยต้องแยกย้ายกันกลับบ้านกลับไปล่องตัดต่อ เมื่อตัดต่อเสร็จแล้วได้ไปหาอ.สุรชัย อ.บอกว่ายังมีเวลาอีกวันหนึ่งเราเลยตั้งใจทำต่อโดยเราไปถ่ายบที่ตึก 2 ชั้น 5 เราถ่ายเกี่ยวกับเรื่องไฟฟ้าตอนถ่ายนั้นเสียงเด็กก็เชียร์กีฬาสีกันอย่างเมามัน แต่เราก็มีความพยายามที่จะถ่ายต่อ เมื่อถ่ายเสร็จแล้วผมก็เขมได้ช่วยกันทำงานจนถึงประมาณตี 1 พอทำเสร็จเราก็เอาไปส่งซึ่งตอนนี้ทางเว็บไซต์ของปลูกปัญญาได้เอาผลงานของเราลงไปแล้ว ยังไงก็ช่วยๆกันกดให้หน่้อยนะครับ ขอบคุณครับ ไว้เจอกันครั้งหน้าครับ บาย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: